จังหวัดชัยภูมิ  ประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมความพร้อม ป้องกันโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

                   

                  นายพรศักดิ์  เจียรณัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ  เปิดเผยว่าจากการที่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์  H7N9   ในประเทศจีนเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนปัจจุบัน  มีผู้ป่วยติดเชื้อมากกว่า 100  ราย และเสียชีวิตแล้ว 20 ราย   ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุกรณีที่ผู้ป่วยซึ่งไม่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกติดเชื้อได้อย่างไร  แต่โดยที่เชื้อไวรัสชนิดนี้ เป็นเชื้อที่ตรวจพบได้ในสัตว์ปีกเนื่องจากเป็นสายพันธุที่โดยปกติไม่แสดงอาการรุนแรง  สัตว์ปีกป่วยอาจแสดงอาการป่วย ซึมเล็กน้อยและก็กลับคืนสู่ปกติ  แม้ว่าปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงตรวจไม่พบเชื้อไข้หวัดนกในตัวอย่างซากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นนกธรรมชาติ  หรือจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีการสุ่มตัวอย่างตรวจเป็นประจำ  แต่เนื่องจากประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ เช่น  ลาว  กัมพูชา   เวียดนาม  อินโดนีเซีย และจีน  ยังคงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์อื่น เช่น  H5N1  มาโดยตลอด อีกทั้งยังมีรายงานการติดเชื้อเสียชีวิตจำนวนมาก เช่น ในปี 2556 นี้ประเทศกัมพูชามีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว จำนวน 9 ราย  จีนจำนวน 2  ราย อียิปต์จำนวน  3 ราย  บังคลาเทศจำนวน  1  รายและเวียดนามจำนวน  1  ราย  ในขณะที่อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 180  ราย

              ถึงแม้ว่าปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก เนื่องจากได้มีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันควบคุมโรคของจังหวัดที่เข้มแข็งโดยได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนช่วยกัน เฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดก็ตาม แต่ก็ยังคงถือว่าเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เพราะปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิมีการเปิดสถานที่เล่นพนันชนไก่ถึง 11 แห่ง และมักมีเกษตรกรนำไก่ชนจากแหล่งอื่นเข้ามาเลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ หรือนำเข้ามาชนในพื้นที่ ซึ่งไก่เหล่านั้นอาจมีการนำเข้าจากประเทศที่มีประวัติการป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก  เช่น เวียดนาม หรือพม่า หากไก่ชนดังกล่าวเข้าสู่สนามชนไก่โดยไม่ได้รับการตรวจสอบโรคมาก่อนตามมาตรการที่กำหนดก็อาจจะแพร่กระจายโรคไปสู่ไก่ชนตัวอื่น และสัตว์ปีกโดยรอบฟาร์มไก่ชนได้อย่างรวดเร็ว  ภายหลังจากที่ไก่เหล่านั้นกลับภูมิลำเนาต้นทาง      จังหวัดชัยภูมิ จึงอยากฝากเตือนเกษตรกรและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันโรคไข้หวัดนกสู่ตัวท่านและครอบครัว  ดังนี้
              1.ระมัดระวังในการจับสัมผัสสัตว์ปีก  เนื่องจากเชื้อไข้หวัดนก H7N9 เป็นเชื้อที่ไม่แสดงอาการรุนแรงในสัตว์ปีก เมื่อสัตว์ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการแต่ไม่ทำให้สัตว์ตาย แต่เชื้ออาจแพร่กระจายถึงคนและทำให้เกิดความรุนแรงได้หากไม่ระมัดระวัง ดังนั้นกรณีไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ให้ใส่ถุงมือยาง หรือหากไม่มีให้สวมถุงพลาสติกหิ้วของแทนถุงมือเพื่อการหลีกเลี่ยงจับสัตว์ปีกโดยตรง ให้มีหน้ากากอนามัยใส่ป้องกันเชื้อเข้าทางจมูกด้วยหากไม่มีก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดแทนและเมื่อเสร็จแล้วให้ล้างมือด้วยสบู่ทันทีหลายๆครั้ง
              2. เกษตรกรควรที่จะดำเนินการปรับระบบการเลี้ยงให้มีระบบการป้องกันโรคและแยกโรงเรือนให้ห่างไกลจากบ้านคน มีตาข่ายกันนก ห้ามบุคคลเข้าออกฟาร์มโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและคนชรา เพราะในสภาพการเลี้ยงปัจจุบัน ประชาชนมักปล่อยให้ไก่พื้นเมืองเดินไปทั่วบริเวณบ้าน  รอบบริเวณที่นอนเล่นใต้ถุนบ้าน หรือที่กินข้าว ซึ่งสัตว์อาจปล่อยมูลหรือเสมหะซึ่งมีเชื้อไข้หวัดนกปะปนไปกับอาหาร หรือหมอนที่ปูรองนอนโดยที่คนไม่รู้ตัว  และทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อจากการกินหรือสัมผัสแสดงอาการป่วยรุนแรงได้โดยที่สัตว์ไม่แสดงอาการ
              3. งดซื้อไก่จากที่อื่นเข้ามาเลี้ยง หรือซื้อจากแหล่งที่ได้รับการตรวจรับรองว่าปลอดโรคโดยมีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในระยะเวลาไม่เกิน  30 วัน  
              4. ไม่ซื้อสัตว์ปีกมีชีวิต  เนื้อสัตว์ปีก  หรือชิ้นส่วนสัตว์ปีกจากพื้นที่โรคระบาด  หรือจากรถเร่ขาย เพราะอาจจะนำโรคเข้าสู่ชุมชนได้  หากพบผู้ขายไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์  หรือซากสัตว์ให้รีบแจ้งผู้นำชุมชน หรือผู้ใหญ่บ้าน  ซึ่งหากมีการจับกุมดำเนินคดีและมีโทษปรับท่านอาจได้รับรางวัลนำจับอีกด้วย
               5. ไม่นำไก่ชนไปชนหรือซ้อมไก่ในสนามที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองทางการจัดการที่ดีของกรมปศุสัตว์ (บ่อนเถื่อน)  เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจาย หรือสัมผัสเชื้อโรค  และภายหลังหากมีการนำไปชนให้กักไว้ห่างจากตัวอื่นอย่างน้อย  7 วัน ดูแล.ให้อาหารและน้ำเป็นตัวสุดท้ายทุกครั้งจนกว่าจะครบกำหนด   และหากจะเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดให้ไปขออนุญาตจากสัตว์แพทย์สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ
            6. ฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไก่ชน  ต้องทำโรงเรือนแบบปิด หรือใช้ตาข่ายคลุมเพื่อป้องกันนก  หนู ซึ่งอาจเป็นพาหะนำโรคเข้าสู่โรงเรือนได้พร้อมทั้งควบคุมการเข้า-ออกของคน  สัตว์และพาหนะจากภายนอก  ติดต่อสัตวแพทย์เพื่อทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเป็นระยะๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและเมื่อมีการจัดการที่ดีมีมาตรฐานมีการตรวจต่อเนื่องจะสามารถประกาศเป็นฟาร์มปลอดโรคไข้หวัดนกและจะได้ประโยชน์  คือ กรณีที่ในชุมชนนั้นพบโรคไข้หวัดนกฟาร์มหรือไก่ชนที่ได้รับการตรวจโรคสม่ำเสมอจะไม่ถูกทำลายสัตว์ในทันทีแต่สัตวแพทย์จะกักไว้แล้วเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งหากผลเป็นลบจะถูกกักไว้จนกว่าโรคจะสงบ  แต่ถ้าให้ผลบวกก็จำเป็นต้องทำลาย
              7.สำหรับผู้ประกอบการชำแหละสัตว์ปีก  ขอให้งดซื้อสัตว์ปีกที่ป่วยและงดซื้อสัตว์ปีกจากฟาร์มที่มีสัตว์ตายผิดปกติ และหมั่นทำความสะอาด และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรถขนสัตว์ปีกและบริเวณที่ชำแหละสัตว์ปีก

              คำแนะนำ  เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนก
              1.หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ  ให้รีบแจ้งอสม. อาสาปศุสัตว์  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อเข้าไปตรวจสอบ
              2.อย่านำไก่ป่วยหรือตาย  ออกมาจำหน่ายหรือทิ้งลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ขอให้ทำลายซากโดยการเผาหรือฝังกลบให้มิดชิด แล้วราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือใช้น้ำร้อนเทราด
              3.ก่อนสัมผัสสัตว์ป่วย  ซากสัตว์ตายควรสวมผ้าปิดจมูกและถุงมือหรือใช้ถุงพลาสติกสวม  2 ชั้น  หลังเสร็จงานให้รีบอาบน้ำและฟอกสบู่ให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้า
              4.ฟาร์มสัตว์ปีกที่เลี้ยงสัตว์ปีกตั้งแต่  200  ตัวขึ้นไปต้องให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจสอบก่อนมีการนำสัตว์ปีกเข้าเลี้ยงใหม่ทุกครั้ง
              ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่าเพื่อเป็นการป้องกันควบคุมและกำจัดโรคไข้หวัดนกให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพ   ประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือในการแจ้งสัตว์ปีกป่วย/ตายผิดปกติ เพราะหากท่านปิดบังข้อมูลเพราะกลัวเจ้าหน้าที่เข้าไปทำลายสัตว์ปีกของท่าน  อาจจะเป็นหนทางให้เชื้อไข้หวัดนกสามารถแพร่เข้าสู่ญาติ พี่น้องของท่านในวันใดวันหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดความสุญเสียที่ใหญ่หลวงได้
              จังหวัดชัยภูมิ  ขอขอบคุณในความร่วมมือจากประชาชน  เกษตรกร และผู้เลี้ยงไก่ชนทุกท่าน ที่จะป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก ไม่ให้ทำความเสียหายต่อพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิของเรา  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ  โทร 0-4481-2334  ต่อ 13  หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน

             

กลับหน้าแรก / กลับด้านบน

 

ภาพ และ ข่าว : กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการพัฒนาปศุสัตว์
ผู้อนุมัติข่าว : นางศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ