ข่าวปศุสัตว์ชัยภูมิ
 
 







 

 

 
จังหวัดชัยภูมิจัดพิธีเปิด  “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสัตว์เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 
              
      
                

                  เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 นายชูศักดิ์  ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนางศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ นายเจนเจตน์ เจนนาวิน นายอำเภอเมืองชัยภูมิ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จังหวัดชัยภูมิ ปี 2559 ณ ลานอเนกประสงค์ที่ว่าการอำเภอเมืองชัยภูมิวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 นายชูศักดิ์  ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนางศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ นายเจนเจตน์ เจนนาวิน นายอำเภอเมืองชัยภูมิ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จังหวัดชัยภูมิ ปี 2559 ณ ลานอเนกประสงค์ที่ว่าการอำเภอเมืองชัยภูม

                   นายชูศักดิ์  ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ  กล่าวว่า การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  เมื่อวันที่  31  ธันวาคม  2558  ที่ผ่านมา  อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบทั้งเชิงบวกหรือลบต่อประเทศไทย  ซึ่งเราอาจมองสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสหรือภัยคุกคามก็ได้  ทั้งนี้  การพัฒนาความรู้และการเตรียมความพร้อมเป็นเงื่อนไขสำคัญของการรับโอกาสและป้องกันภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น  เราจำเป็นจะต้องนำจุดเด่นที่มีอยู่ สร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้าเกษตร และอาหารไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน  ซึ่งภาครัฐ  เกษตรกร  ต้องร่วมมือกัน  เตรียมความพร้อมและเร่งปรับตัวรองรับการเปิดเสรีอย่างเต็มรูปแบบ

                   ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ  ทำให้รัฐบาลภายใต้
การนำของ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กำหนดแนวทางการปฏิบัติในการช่วยเหลือเกษตรกร  ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  จำนวน  6  มาตรการ  ได้แก่

                   1)  การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร
                   2)  การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม 
                   3)  ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่
                   4)  การพัฒนาเกษตรอินทรีย์  
                   5)  ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร  และ
                   6)  ธนาคารสินค้าเกษตร 
                   ดังนั้น  การพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงสัตว์  เป็นหนึ่งในทางเลือกในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร  เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ  ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้  ซึ่งหากมีการพัฒนาการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิตสัตว์  เช่น วางแผนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีการผสมเทียมที่ทันสมัย  การคัดเลือกพันธุ์สัตว์ที่เป็นที่นิยมบริโภคของตลาด  การปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1  ซึ่งเป็นหญ้าที่มีคุณภาพสูง  ผลผลิต
ต่อไร่สูง  และการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร  การผลิตเนื้อโคที่มีมาตรฐานตามความต้องการของผู้บริโภค  จะช่วยยกระดับการเลี้ยงและผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่มาตรฐานและสร้างความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรต่อไป


                   จังหวัดชัยภูมิ  โดยสำนักงานปศุสัตว์ชัยภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จึงได้จัดทำ  “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์  เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพสัตว์  การป้องกันโรค  การเพิ่มมูลค่าด้วยวิธีการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ที่ดี  และการปรับรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสม  ลดรายจ่าย  สะดวกต่อการดูแลและสามารถป้องกันโรคได้  ตลอดจนเพื่อเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตรซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลัก  ดังนี้

 1.  การจัดหน่วยเคลื่อนที่ออกให้บริการสร้างเสริมความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพสัตว์  การรณรงค์ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อไข้หวัดนก  และรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่สำคัญ
2.  การใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การใช้น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ที่ดีเป็นที่นิยมของตลาดผสมเทียมให้กับโคกระบือเกษตรกร  ทำให้สามารถขายลูกได้ราคา  การผลิตโคเนื้อคุณภาพเพื่อนำมาเพื่อขุนเพื่อเพิ่มราคาเนื้อ เป็นต้น
3.  การลดต้นทุนการผลิตและใช้วัตถุดิบในพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีการปรับปรุงการใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่องมาทดแทนหญ้าธรรมชาติ  การทำหญ้าหมัก การนำ
มันสำปะหลังตากแห้งมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มน้ำหนักและเพิ่มมูลค่า   เป็นต้น

4.  การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงสัตว์เพื่อลดจำนวนคนเลี้ยงและแรงงานในการดูแล ทำให้มีเวลาไปทำงานหารายได้เพิ่มในเวลาเดียวกัน  และการรวมกลุ่มการผลิตเพื่อให้สามารถต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางได้
5.  การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เช่น
หมูหลุม  โคหลุม  โดยใช้แกลบหรือขี้เลื่อยมารองพื้นคอก  ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยบำรุงดินได้ด้วย

           สุดท้ายนี้  ผมขอฝากถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนว่า  การประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ให้รอบคอบ  โดยเฉพาะด้านการจัดการ  การควบคุม  ป้องกันโรค  และการตลาด  หากสนใจขอข้อมูล หรือคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ  หมายเลขโทรศัพท์  044-812334  ต่อ  13  หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน

                

 

ภาพกิจกรรม
   
   
   

 

                                  

กลับหน้าแรก / กลับด้านบน

 
 

ภาพ และข่าว : กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการพัฒนาปศุสัตว์
ผู้อนุมัติข่าว : นางศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ